การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ 

(Drug and medical supply inventory management)

การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลผู้ป่วยและให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ การจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลมีปริมาณยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอต่อความต้องการ ลดความเสี่ยงในการขาดแคลน และควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม การบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ (Inventory Management) ในโรงพยาบาลสัตว์ เป็นจุดที่ "เงินจม" ได้ง่ายที่สุดหากบริหารไม่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากยาขาดในช่วงวิกฤต อาจหมายถึงชีวิตของสัตว์ป่วยได้

1. การจัดหมวดหมู่และระบบการจัดเก็บ (Organization)

เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่ายและลดความสับสน:

• ระบบ ABC Analysis: แบ่งความสำคัญของยา

  • A (High Value): ยาราคาแพงหรือใช้บ่อยมาก (ต้องคุมเข้มงวด ตรวจนับบ่อย)
  • B (Medium Value): ความสำคัญปานกลาง
  • C (Low Value): เวชภัณฑ์ราคาถูก เช่น สำลี ก๊อซ (เน้นสั่งปริมาณมากเพื่อลดค่าขนส่ง)

• FEFO (First Expired, First Out): ยาที่ "หมดเหายก่อนต้องถูกนำมาใช้ก่อน" เสมอ ไม่ใช่แค่ FIFO (มาก่อนไปก่อน) เพราะยาล็อตที่มาทีหลังอาจมีวันหมดอายุที่สั้นกว่า



2. การควบคุมสต็อกด้วยเทคโนโลยี (Stock Control)

• Inventory Software: ใช้ระบบที่ตัดสต็อกทันที (Real-time) เมื่อมีการคีย์ขายหรือใช้ยาในแผนกเวชระเบียน

• Minimum/Maximum Stock: กำหนดจุดสั่งซื้อใหม่ (Re-order point) เช่น เมื่อยาเหลือ 10 ขวด ระบบต้องแจ้งเตือนทันที เพื่อป้องกันภาวะ Stock-out (ยาขาด)

• Barcode/QR Code System: ใช้การสแกนเพื่อลดความผิดพลาดจากการคีย์มือ (Manual error) และช่วยให้การตรวจนับสต็อกประจำเดือนทำได้รวดเร็วขึ้น

3. การบริหารความเสี่ยงและลดการสูญเสีย (Loss Prevention)

• การจัดการยาหมดอายุ: ทำสัญลักษณ์ "สี" ติดที่ขวดยาที่กำลังจะหมดอายุใน 3-6 เดือนข้างหน้า เพื่อให้สัตวแพทย์เร่งใช้ล็อตนั้นก่อน

• Cycle Counting: แทนที่จะนับสต็อกใหญ่ปีละครั้ง ให้สุ่มนับสต็อกย่อยทุกสัปดาห์ (เช่น สัปดาห์นี้สุ่มนับกลุ่มยาปฏิชีวนะ) เพื่อหาผลต่างและแก้ไขได้ทันที

• การควบคุมอุณหภูมิ: ตู้เย็นเก็บยาต้องมีการบันทึกอุณหภูมิทุกวัน (เช้า-เย็น) เพราะยาหลายชนิดจะเสื่อมสภาพทันทีหากอุณหภูมิไม่อยู่ในเกณฑ์ 2-8°C

4. กลยุทธ์การจัดซื้อ (Procurement Strategy)

• Consolidation: รวมยอดสั่งซื้อจากซัพพลายเออร์รายเดียวเพื่ออำนาจต่อรองด้านราคาและของแถม

• Just-in-Time (JIT): สำหรับยาที่ราคาสูงและหาซื้อได้ง่าย อาจไม่ต้องสต็อกเยอะ แต่เน้นสั่งให้พอดีกับการใช้ เพื่อไม่ให้กระแสเงินสดจม

• Relationship Management: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้แทนยา เพื่อรับทราบข้อมูลยากำลังจะขาดตลาด หรือโปรโมชันพิเศษล่วงหน้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy